วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

การติดตั้ง joomla

การติดตั้ง Joomla
                การติดตั้ง Joomla สามารถทำได้ 2 แบบ คือ การติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์จำลอง และการติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์จริง (ส่วนใหญ่จะเรียกว่าการติดตั้งบนโฮสต์จริง) ซึ่งการติดตั้งแต่ละแบบมีรายละเอียด ดังนี้
การติดตั้งไฟล์โปรแกรม Joomla บนเซิร์ฟเวอร์จำลอง
การติดตั้งรูปแบบนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการติดตั้งแบบ Local” มีรูปแบบการทำงาน หรือการบริหารจัดการเว็บไซต์เหมือนกับเว็บเซิร์ฟเวอร์จริงทุกอย่าง การติดตั้งรูปแบบนี้เราจะต้องจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานให้กลายเป็นเซิร์ฟเวอร์สำหรับไว้จัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์  โดยการจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์นั้นจะต้องมี 3 โปรแกรมต่อไปนี้มาติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย ได้แก่ โปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์ (ที่นิยมใช้งานคือ Apache), โปรแกรมจัดการฐานข้อมูลหรือดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ (ที่นิยมใช้งานคือ MySQL) และโปรแกรมประมวลผลคำสั่งภาษาสคริปต์ (PHP) ซึ่งปัจจุบันเพียงแค่เข้าไปดาวน์โหลดชุดโปรแกรม AppServ มาติดตั้งตัวเดียวก็จะได้โปรแกรมทั้ง 3 มาใช้งานบนเว็บเซิร์ฟเวอร์จำลองของเราแล้ว
การติดตั้งไฟล์โปรแกรม Joomla บนเซิร์ฟเวอร์จำลอง มีข้อดีคือ มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งาน Joomla สามารถทดลองสร้างเว็บได้โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโดเมนและค่าเช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์ (ส่วนใหญ่จะเรียกว่า เช่าโฮสต์), การทำงานรวดเร็วเพราะไม่ต้องเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่วนข้อเสียคือ ไม่สามารถมองเห็นผลลัพธ์ต่างๆ บนเว็บไซต์ตามค่าที่กำหนดในทันที ดังนั้นเมื่ออัพโหลดข้อมูลจากเครื่องขึ้นไปบนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง เมื่อเกิดความผิดพลาดใดๆ เช่น เว็บไม่แสดงผล ตัวอักษรเพี้ยนก็ต้องเสียเวลา มาหาต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร (ทำเอาปวดหัวได้ดีทีเดียว)

การติดตั้งไฟล์โปรแกรมบนเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ (โฮสต์จริง)
                การที่จะติดตั้งไฟล์ Joomla บนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริงได้นั้น เราจำเป็นจะต้องเข้าไปขอเช่าพื้นที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ (เช่าโฮสต์) สำหรับเก็บข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซต์จากผู้ให้บริการเว็บโฮสต์ติ้งเสียก่อน ซึ่งการติดตั้งรูปแบบนี้บางครั้งผู้ให้บริการเว็บโฮสต์ติ้งที่เราใช้บริการจะทำการติดตั้งให้โดยอัตโนมัติ แต่แนะนำว่าเราควรติดตั้งเองเพราะสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ไปดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง Joomla และโปรแกรม FTP ที่สำหรับใช้อัพโหลดไฟล์มาใช้งาน จากนั้นก็อัพโหลดไฟล์ สร้างฐานข้อมูล และติดตั้งไฟล์ตามลำดับ
                ข้อดีของการติดตั้ง Joomla บนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง คือ สามารถมองเห็นการแสดงผลลัพธ์ต่างๆ บนเว็บไซต์ตามค่าที่กำหนดได้ทันที ดังนั้นหากเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ขึ้นมา เช่น ลิงค์เสีย, ภาพไม่แสดงผล หรือตัวอักษรเพี้ยน ก็สามารถแก้ไขปัญหา ได้ทันท่วงที ทำให้ไม่ต้องเสียเวลางมหาสาเหตุของปัญหาดังกล่าวให้เหนื่อยใจ ส่วนข้อเสียคือ การทำงานค่อนข้างช้าเพราะต้องทำงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และต้องเสียค่าบริการเช่า พื้นที่เว็บเซิร์ฟเวอร์อีกด้วย (ในหนังสือเล่มนี้จะเลือกใช้การติดตั้งรูปแบบนี้)


เตรียมพร้อมก่อนมีเว็บไซต์
                ก่อนที่เราจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หมายถึงว่ามีเว็บไซต์บนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง เราจะต้องมีทั้งชื่อโดเมนและมีการเช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์ก่อน เพราะถ้าไม่มี 2 อย่างนี้ ข้อมูลเว็บไซต์ของเราก็จะไม่สามารถแสดงผลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
รู้จักกับโดเมน
โดเมนเนม (Domain name) หรือชื่อโดเมน ก็คือชื่อของเว็บไซต์ที่ใช้แสดงความเป็นตัวตนที่มีอยู่จริงของเว็บไซต์บนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเราสามารถ จดทะเบียนเพื่อเป็นเจ้าของโดเมนหรือชื่อเว็บไซต์นั้นได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเป็นชื่อที่ไม่ซ้ำกัน และชื่อโดเมนจะต้องมีนามสกุลต่อท้ายเสมอ เช่น .co.th, .com, .org หรือ .net เป็นต้น เช่น www.exp-media.net ชื่อโดเมนคือ exp-media ส่วน .net ก็คือนามสกุลโดเมน
                เหตุผลที่ต้องจดชื่อโดเมนเนมก็เนื่องจากว่า ชื่อโดเมนเปรียบเป็นที่อยู่ของเว็บไซต์ ที่ให้คนทั่วไปใช้อ้างอิงเพื่อเข้ามาใช้บริการเว็บไซต์ของเราแทนการอ้างอิงด้วยหมายเลข IP Address ของเครื่องคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งจำได้ยากกว่า โดยแค่กรอกชื่อโดเมนเนมในช่อง Address ของเว็บเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ก็สามารถเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์ได้ทันที
รู้จักกับเว็บโฮสต์ติ้ง
                เว็บโฮสต์ติ้งคือ ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์สำหรับจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดของเว็บไซต์ที่เราสร้างขึ้น เพื่อให้เว็บไซต์สามารถแสดงผล หรือออนไลน์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ นอกจากนี้เว็บโฮสต์ติ้งยังต้องทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยไม่ให้เว็บไซต์ล่ม คอยบริหารเว็บไซต์ของลูกค้าให้สามารถออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งต้องคอยแบ็คอัพข้อมูลเว็บไซต์ ของลูกค้าทุกวันเพื่อเก็บไว้ใช้กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในภายหลังด้วย ปัจจุบันผู้ให้บริการเว็บโฮสต์ติ้งส่วนใหญ่ นอกจากให้บริการเช่าพื้นที่เว็บโฮสต์ติ้งเพื่อจัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของลูกค้าแล้ว ยังให้บริการจดโดเมนเนมฟรีในปีแรก เพื่อเป็นของสัมนาคุณให้ลูกค้าอีกด้วย ส่งผลให้ลูกค้าสามารถสมัครทั้งโดเมนเนมและโฮสต์ติ้งได้ในเว็บไซต์เดียวกัน (ข้อดีคือ เวลาเกิดปัญหาจะได้แจ้งที่เดียวกันไปเลย) ดังนั้นถ้าเราจะสร้างเว็บไซต์ไว้ใช้งานสัก 1 เว็บ เราก็จะต้องมีทั้งส่วนของชื่อโดเมนเนมและพื้นที่เก็บข้อมูลจากเว็บโฮสต์ติ้งก่อนเสมอ

การสร้างบทความด้วย Joomla

Joomla เป็นโปรแกรมประเภท CMS ที่มีคุณสมบัติในการบริหารจัดการเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเป็นโปรแกรมประเภท Open Source ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ GNU/GPL ที่อนุญาตให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี หรือนำไปพัฒนาการใช้งานต่อได้ มีความสามารถหลากหลาย มีเครื่องมือที่ช่วยตอบสนองความต้องการของคนทำเว็บครบครัน การใช้งานคำสั่งและเครื่องมือต่างๆ ค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน มีทีมพัฒนาที่เข้มแข็งคอยพัฒนาโปรแกรมเสริมรวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือใหม่ๆ ให้รองรับการใช้งานและลดช่องโหว่การใช้งานโปรแกรมอยู่อย่างต่อเนื่อง มีโลกสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่คอยให้ข้อมูลความรู้ในการใช้งาน ส่งผลให้ทั้งมือใหม่หรือคนที่ใช้งาน Joomla แล้วเจอปัญหาก็สามารถเข้าไปค้นหาความรู้เพื่อแก้ปัญหาเว็บได้ นอกจากนี้ Joomla  ยังสนับสนุนกับระบบ SEO Support ที่ช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาข้อมูลจากเว็บ  Search Engine เช่น Google หรือ Yahoo จึงส่งผลให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเร็วขึ้น และมากขึ้น จากรายละเอียดข้างต้นจึงพอสรุปข้อดีของ Joomla ได้ ดังนี้
1.       อันดับแรกที่เป็นจุดเด่นของ Joomla นั่นคือ เป็นโปรแกรมที่มีให้ดาวน์โหลดใช้งานฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แถมยังสามารถอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดได้ตลอดเวลา ที่สำคัญสามารถนำไปพัฒนาการใช้งานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ เพราะมันเป็นโปรแกรมประเภท Open Source
2.       มีขั้นตอนการติดตั้งง่าย ไม่ซับซ้อน ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีความรู้ในเรื่องภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรม เช่น Html หรือ PHP เราก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง
3.       ด้วยโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย และสอดคล้องกับการใช้งานหลายรูปแบบ ส่งผลให้เราสามารถนำ Joomla ไปดัดแปลงใช้กับเว็บไซต์ได้ทุกประเภท
4.       มีโปรแกรมเสริมที่รองรับการใช้งานบน Joomla เป็นจำนวนมาก คอมโพเน้นท์, ปลั๊กอิน, โมดูล และเทมเพลต จึงช่วยให้เราสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ให้สวยตามสไตล์ที่ต้องการได้ง่าย
5.       มีกลุ่มสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่คอยให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน Joomla ทำให้มือใหม่ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะทำเว็บไม่ได้  เพราะถ้าเจอปัญหาจุดเด่นก็สามารถเข้าไปค้นหาข้อมูล หรือปรึกษา หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อนๆ ในสังคมออนไลน์ได้ตลอดเวลา
6.       มีระบบความปลอดภัยที่ดี เนื่องจากว่า Joomla เป็นโปรแกรมประเภท CMS ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โอกาสที่จะมีคนไม่หวังดีเข้ามาก่อนกวน หรือโจมตีเว็บไซต์ก็มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นทางทีมพัฒนา Joomla จึงมีการอัปเดตข้อมูลทางด้าน Security เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ สังเกตุได้จากที่ Joomla มีการออกเวอร์ชั่น ใหม่เพื่อแก้ไขหรือปิดช่องโหว่ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
7. ปรับแต่งโครงสร้างการแสดงผลได้ง่าย ทั้งในส่วนของเนื้อหา โมดูล และโปรแกรมเสริมต่าง
8. มีคนพัฒนาภาษาไทยอย่าเป็นทางการมาให้ใช้งานแล้ว ยิ่งทำให้การติดตั้งง่ายไปอีก เพราะไม่ต้องมานั่งแปลภาษาทีละตัว ทำให้การติดตั้ง Joomla ใช้เวลาน้อยลง