การติดตั้ง Joomla
การติดตั้ง Joomla สามารถทำได้ 2 แบบ คือ การติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์จำลอง และการติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์จริง (ส่วนใหญ่จะเรียกว่าการติดตั้งบนโฮสต์จริง) ซึ่งการติดตั้งแต่ละแบบมีรายละเอียด ดังนี้
การติดตั้งไฟล์โปรแกรม Joomla บนเซิร์ฟเวอร์จำลอง
การติดตั้งรูปแบบนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “การติดตั้งแบบ Local” มีรูปแบบการทำงาน หรือการบริหารจัดการเว็บไซต์เหมือนกับเว็บเซิร์ฟเวอร์จริงทุกอย่าง การติดตั้งรูปแบบนี้เราจะต้องจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานให้กลายเป็นเซิร์ฟเวอร์สำหรับไว้จัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์ โดยการจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์นั้นจะต้องมี 3 โปรแกรมต่อไปนี้มาติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย ได้แก่ โปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์ (ที่นิยมใช้งานคือ Apache), โปรแกรมจัดการฐานข้อมูลหรือดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ (ที่นิยมใช้งานคือ MySQL) และโปรแกรมประมวลผลคำสั่งภาษาสคริปต์ (PHP) ซึ่งปัจจุบันเพียงแค่เข้าไปดาวน์โหลดชุดโปรแกรม AppServ มาติดตั้งตัวเดียวก็จะได้โปรแกรมทั้ง 3 มาใช้งานบนเว็บเซิร์ฟเวอร์จำลองของเราแล้ว
การติดตั้งไฟล์โปรแกรม Joomla บนเซิร์ฟเวอร์จำลอง มีข้อดีคือ มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งาน Joomla สามารถทดลองสร้างเว็บได้โดยไม่ต้องเสียเงินค่าโดเมนและค่าเช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์ (ส่วนใหญ่จะเรียกว่า เช่าโฮสต์), การทำงานรวดเร็วเพราะไม่ต้องเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่วนข้อเสียคือ ไม่สามารถมองเห็นผลลัพธ์ต่างๆ บนเว็บไซต์ตามค่าที่กำหนดในทันที ดังนั้นเมื่ออัพโหลดข้อมูลจากเครื่องขึ้นไปบนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง เมื่อเกิดความผิดพลาดใดๆ เช่น เว็บไม่แสดงผล ตัวอักษรเพี้ยนก็ต้องเสียเวลา มาหาต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร (ทำเอาปวดหัวได้ดีทีเดียว)
การติดตั้งไฟล์โปรแกรมบนเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ (โฮสต์จริง)
การที่จะติดตั้งไฟล์ Joomla บนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริงได้นั้น เราจำเป็นจะต้องเข้าไปขอเช่าพื้นที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ (เช่าโฮสต์) สำหรับเก็บข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซต์จากผู้ให้บริการเว็บโฮสต์ติ้งเสียก่อน ซึ่งการติดตั้งรูปแบบนี้บางครั้งผู้ให้บริการเว็บโฮสต์ติ้งที่เราใช้บริการจะทำการติดตั้งให้โดยอัตโนมัติ แต่แนะนำว่าเราควรติดตั้งเองเพราะสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ไปดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง Joomla และโปรแกรม FTP ที่สำหรับใช้อัพโหลดไฟล์มาใช้งาน จากนั้นก็อัพโหลดไฟล์ สร้างฐานข้อมูล และติดตั้งไฟล์ตามลำดับ
ข้อดีของการติดตั้ง Joomla บนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง คือ สามารถมองเห็นการแสดงผลลัพธ์ต่างๆ บนเว็บไซต์ตามค่าที่กำหนดได้ทันที ดังนั้นหากเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ขึ้นมา เช่น ลิงค์เสีย, ภาพไม่แสดงผล หรือตัวอักษรเพี้ยน ก็สามารถแก้ไขปัญหา ได้ทันท่วงที ทำให้ไม่ต้องเสียเวลางมหาสาเหตุของปัญหาดังกล่าวให้เหนื่อยใจ ส่วนข้อเสียคือ การทำงานค่อนข้างช้าเพราะต้องทำงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และต้องเสียค่าบริการเช่า พื้นที่เว็บเซิร์ฟเวอร์อีกด้วย (ในหนังสือเล่มนี้จะเลือกใช้การติดตั้งรูปแบบนี้)
เตรียมพร้อมก่อนมีเว็บไซต์
ก่อนที่เราจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หมายถึงว่ามีเว็บไซต์บนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง เราจะต้องมีทั้งชื่อโดเมนและมีการเช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์ก่อน เพราะถ้าไม่มี 2 อย่างนี้ ข้อมูลเว็บไซต์ของเราก็จะไม่สามารถแสดงผลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
รู้จักกับโดเมน
โดเมนเนม (Domain name) หรือชื่อโดเมน ก็คือชื่อของเว็บไซต์ที่ใช้แสดงความเป็นตัวตนที่มีอยู่จริงของเว็บไซต์บนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเราสามารถ จดทะเบียนเพื่อเป็นเจ้าของโดเมนหรือชื่อเว็บไซต์นั้นได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเป็นชื่อที่ไม่ซ้ำกัน และชื่อโดเมนจะต้องมีนามสกุลต่อท้ายเสมอ เช่น .co.th, .com, .org หรือ .net เป็นต้น เช่น www.exp-media.net ชื่อโดเมนคือ exp-media ส่วน .net ก็คือนามสกุลโดเมน
เหตุผลที่ต้องจดชื่อโดเมนเนมก็เนื่องจากว่า ชื่อโดเมนเปรียบเป็นที่อยู่ของเว็บไซต์ ที่ให้คนทั่วไปใช้อ้างอิงเพื่อเข้ามาใช้บริการเว็บไซต์ของเราแทนการอ้างอิงด้วยหมายเลข IP Address ของเครื่องคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งจำได้ยากกว่า โดยแค่กรอกชื่อโดเมนเนมในช่อง Address ของเว็บเบราว์เซอร์ที่ใช้งาน ก็สามารถเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์ได้ทันที
รู้จักกับเว็บโฮสต์ติ้ง
เว็บโฮสต์ติ้งคือ ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์สำหรับจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดของเว็บไซต์ที่เราสร้างขึ้น เพื่อให้เว็บไซต์สามารถแสดงผล หรือออนไลน์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ นอกจากนี้เว็บโฮสต์ติ้งยังต้องทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยไม่ให้เว็บไซต์ล่ม คอยบริหารเว็บไซต์ของลูกค้าให้สามารถออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งต้องคอยแบ็คอัพข้อมูลเว็บไซต์ ของลูกค้าทุกวันเพื่อเก็บไว้ใช้กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในภายหลังด้วย ปัจจุบันผู้ให้บริการเว็บโฮสต์ติ้งส่วนใหญ่ นอกจากให้บริการเช่าพื้นที่เว็บโฮสต์ติ้งเพื่อจัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของลูกค้าแล้ว ยังให้บริการจดโดเมนเนมฟรีในปีแรก เพื่อเป็นของสัมนาคุณให้ลูกค้าอีกด้วย ส่งผลให้ลูกค้าสามารถสมัครทั้งโดเมนเนมและโฮสต์ติ้งได้ในเว็บไซต์เดียวกัน (ข้อดีคือ เวลาเกิดปัญหาจะได้แจ้งที่เดียวกันไปเลย) ดังนั้นถ้าเราจะสร้างเว็บไซต์ไว้ใช้งานสัก 1 เว็บ เราก็จะต้องมีทั้งส่วนของชื่อโดเมนเนมและพื้นที่เก็บข้อมูลจากเว็บโฮสต์ติ้งก่อนเสมอ